CASE STUDY

ทำไม Creative Marketing Strategy
ถึงเป็นหัวใจของการทำแบรนด์
สำหรับ Marketer ยุคใหม่?

ความคิดสร้างสรรค์ “Creative” จึงถือเป็น “หัวใจสำคัญ” ในการวางแผนการสื่อสารทางการตลาดมากขึ้น เพราะความคิดสร้างสรรค์จะช่วยให้เราสามารถสร้างแบรนด์ และออกแบบการสื่อสารได้แตกต่าง และโดดเด่นกว่าคู่แข่งมากขึ้น ทำให้เรา Stand out ออกมาในโลกที่เต็มไปด้วยสื่อ จนนำไปสู่การตัดสินใจซื้อ และความชื่นชอบ หรือหลงรักในแบรนด์

การตลาดเชิงสร้างสรรค์ หรือที่เรารู้จักกันดีว่า “Creative Marketing” จะใช้ความคิดสร้างสรรค์แบบ Out of box but fit in the brief มาสร้างเป็นจุดขาย และทำการสื่อสารออกไป โดยที่สามารถสร้างยอดขายและความชื่นชอบใน Brand ได้ในเวลาเดียวกัน

ทั้งนี้ การนำความคิดสร้างสรรค์เข้ามาปรับใช้ในแผนการตลาด หรือการทำ Creative Marketing นี้อาจฟังดูยุ่งยากและใช้เวลานานกว่าแผนการตลาดแบบเดิม แต่ในโลกการสื่อสารแบบ Seamless นี้ กลวิธีนี้คงเป็นอีกวิธีหนึ่งที่เป็นหัวใจของนักการตลาดในการสร้างแบรนด์หรือแคมเปญให้โดดเด่นได้ ช่วยผลักดันแบรนด์ของเราให้กลายเป็นผู้ชนะในโลกของการแข่งขันปัจจุบันได้อย่างดีที่สุด

ทำไมกลวิธีนี้จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้แบรนด์โดดเด่นออกมาถึงช่วยให้แบรนด์สร้างการสื่อสารได้ดึงดูดใจผู้บริโภค และสร้างยอดขาย เพิ่มผลกำไรได้ เรามาเจาะลึกกัน!

1. ช่วยสร้างรากฐานของแบรนด์ให้แข็งแกร่งและสร้างความแตกต่างของแบรนด์ออกจากคู่แข่งได้ดีขึ้น

Creative Marketing ทำให้แบรนด์มีรากฐานที่แข็งแกร่ง และทำให้ Stand Out ได้มากขึ้น เพราะการคิดงานแบบ Creative Marketing นั้นต้องเริ่มจากวางรากฐานแบรนด์ ให้มั่นคง ตั้งแต่การทำความรู้จักแบรนด์ตนเอง การมองหา Pain point ของแบรนด์ให้เจอ
การทำความรู้จักกับคู่แข่งในตลาด และศึกษากลุ่มเป้าหมาย ซึ่งการทำความรู้จักแบรนด์ ศึกษาคู่แข่งและเสาะหากลุ่มเป้าหมายที่แท้จริง จนเรารับรู้ถึงจุดเด่น จุดด้อยของเรา

จึงทำให้แบรนด์สามารถสร้างตัวตน และความแตกต่างจากคู่แข่ง ตั้งแต่เริ่มต้นความคิด หรือเป็นเสาหลักของแบรนด์นั่นเอง

2. ช่วยกำหนดกลุ่มเป้าหมาย “Potential Target” ได้แม่นยำ และทำการสื่อสารได้อย่างชัดเจนมากขึ้น

Creative Marketing ช่วยให้แบรนด์และนักการตลาดมองเห็นกลุ่มเป้าหมาย ผ่านวิธีการศึกษา Customer Journey จากการทำ Research เสมือนเอาตนเองไปอยู่ในใจของกลุ่มเป้าหมายและลูกค้า เรียกง่ายๆว่าเป็นการวิเคราะห์พฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมาย ทำให้เราเห็นถึงความต้องการที่แท้จริง และอะไรเป็นสาเหตุในการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค ซึ่งส่วนนี้ จะทำให้เราทราบถึงการที่แบรนด์ของเราจะสามารถเข้าไปอยู่ในใจกลุ่มเป้าหมายได้อย่างไร และควรจะนำเสนอสิ่งใดเพื่อจะตอบโจทย์ โดนใจกลุ่มเป้าหมายมากที่สุด

3. ช่วยสร้างไอเดียการสื่อสาร หรือ Big Idea ใหม่ๆ ให้เกิด Brand Recognition ที่โดดเด่น

“Human beings use emotions more than logic and data while making purchase decisions.” อารมณ์ เป็นหัวใจสำคัญของการตัดสินใจซื้อในยุคปัจจุบัน เพราะผู้บริโภคส่วนใหญ่ มักใช้อารมณ์และความรู้สึก เป็นแนวทางความคิดและจึงหาเหตุผลมา Support ความรู้สึกที่ตนต้องการ

การใช้กลยุทธ์ Creative Marketing
จะสร้างสรรค์ไอเดียการสื่อสารที่ดึงดูดอารมณ์ พร้อมเหตุผลเพื่อการตัดสินใจซื้อ

โดยไอเดียนั้นจะไม่เป็นเพียงเรื่องเล่า แต่เป็นไอเดียเพื่อเกิดการซื้อ และการชื่ชอบในแบรด์ หรือสินค้าจริงๆ ด้านการสื่อสารเอง ก็สามารถมี Big Idea ใหม่ๆของแบรนด์ได้ และยังเป็น message ที่ไม่ซ้ำใคร และคิดเพื่อผู้บริโภคมาตั้งแต่ต่น จึงทำให้ผู้บริโภคสนใจจนเกิดการตัดสินใจซื้อ (Make Purchase)  และสร้างการจดจำแบรนด์ ได้ในเวลาเดียวกัน

4. ช่วยลดค่าใช้จ่ายในงบประมาณ หรือ Cost ในแคมเปญการตลาดได้มากขึ้น แต่ยังคงได้ผลตอบรับที่ดีที่สุด

Creative Marketing จะช่วยให้เรารู้ถึงกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน และช่องทางในการทำการสื่อสาร หรือการวางแคมเปญได้อย่างตรงจุด ผ่านBrand Navigator ที่กำหนดวิธีการสื่อสารอย่างถูกต้องและแม่นยำทั้งเครื่องการเลือก Communication Tool หรือเลือก Message ในแต่ละช่องทางที่จะ Convince ผู้บริโภค จึงทำให้เราใช้สื่อ และงานโฆษณาที่ตอบโจทย์ เข้าถึงผู้บริโภคอย่างตรงจุดจริงๆ

นอกจากนี้ Creative Marketing เป็นการทำการตลาดแบบองค์รวม ไม่ได้มองแค่ปลายทางฝากความหวังที่เรื่องเล่างานโฆษณาแต่เป็นการคิดวางแผนเพื่อขายสินค้าหรือบริการที่ตอบโจทย์โดนใจผู้บริโภคตั้งแต่ต้น

การสื่อสารที่คิดจากจุดยืนของแบรนด์และซื่อตรงต่อความต้องการของกลุ่มผู้บริโภค คือกลยุทธ
Creative Marketing ที่จะสร้างแบรนด์ในระยะยาว อีกทั้งยังสร้าง Brand Value ที่มีคุณค่า ตรงใจกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้นจนเกิด Brand Loyalty 

สุดท้าย แบรนด์จะเป็น Top Of Mind ของผู้บริโภคได้ไม่ยากเลย

Leave a Reply

Your email address will not be published.