CASE STUDY

เทคนิคการสร้างแคมเปญ
ให้น่าสนใจโดยใช้
"Creative Marketing Strategy"

ปัจจุบัน ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเราอยู่ในยุคของ Mobile-first era ที่เปลี่ยนจาก Store สู่ Stream, จาก Word of mouth สู่ Word of mouse วิถีในการเสพสื่อหรือการบริโภคของเราเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว สิ่งนี้ทำให้นักการตลาดยากที่จะทำการสื่อสารให้ตรงใจกลุ่มเป้าหมายมากขึ้นเรื่อยๆ จะทำอย่างไรให้โดดเด่นจนเป็นที่จดจำ? แล้วควรจะใช้เครื่องมือแบบไหนล่ะ?

คำตอบคือ เราไม่ควรโฟกัสที่การทำการตลาดในแบบดั้งเดิมของเราอีกต่อไป แต่นักการตลาดอย่างเราควรหันมาโฟกัสต่อการวางแผนการตลาดในรูปแบบใหม่ คือ “การตลาดเชิงสร้างสรรค์” หรือ Creative Marketing นักการตลาดหลายคนอาจเคยได้ยินมาก่อน บางคนอาจยังไม่เคย วันนี้เรามาทำความรู้จักกลวิธีนี้กัน

Creative Marketing คืออะไร?

ถ้าแปลกันตรงตัว Creative ก็แปลว่า “ความคิดสร้างสรรค์”   ส่วน Marketing ก็แปลได้ว่า “หลักการทำการตลาด” Creative Marketing เมื่อรวมกันก็อาจแปลได้ว่า “การตลาดเชิงสร้างสรรค์” ทั้งนี้อาจเป็น Strategy ทางการตลาด ในการมองหาแนวความคิดหรือไอเดียใหม่ๆที่ “สร้างสรรค์”  อาจเป็นแง่มุมในเรื่องของการสื่อสาร หรือการสร้างโฆษณาที่ทำให้กลุ่มเป้าหมาย และคนทั่วไปเห็นแบรนด์ของเราแล้วเกิดความรู้สึกใหม่ ๆ ตื่นตาตื่นใจ สร้างความจดจำและความแตกต่างไปจากแบรนด์คู่แข่งอื่นๆที่เคยมีมา   เรียกได้ว่าเป็นวิธีที่อาจค่อนข้างมีความแตกต่างจากการวิธีคิดทางการตลาดแบบเดิมๆ เพราะต้องมีการคิดนอกกรอบ หรือ Think Outside the box ด้วยการนำความคิดสร้างสรรค์เข้ามาต่อยอดการตลาดแบบเดิม 

ซึ่งวิธีแบบ Creative Marketing นี้ เรียกได้ว่าเป็น Secret Ingredient ในยุคสมัยนี้เลยก็ว่าได้ เพราะหาก Marketer คนไหนกำลังใช้วิธีนี้ หรือสร้างแคมเปญด้วย Creative Marketing อยู่ ก็ง่ายที่จะเป็นผู้นำเกมในโลกที่เต็มไปด้วยสื่อ หรือเป็นผู้นำในโลกการแข่งขันเลยก็ว่าได้

3 วิธีคิดนอกกรอบแบบ Creative Marketing ต้องคิดจากอะไรกัน ?

1. สินค้าและบริการของเรา มีไว้เพื่อใคร? ปัญหาคืออะไร?

เพื่อให้ได้มาซึ่งแนวทางการคิด Creative Marketing นักการตลาดต้องมองเห็นกลุ่มเป้าหมายที่แท้จริง หรือที่เรารู้จักกันว่า Potential Target และเข้าใจปัญหาของแบรนด์ สินค้าและบริการนั้นๆก่อน รวมทั้งคำนึงถึงแนวทางในการแก้ปัญหา หรือสิ่งที่ทำให้กลุ่มลูกค้าพึงพอใจมากที่สุด 

2. สร้างUnique Selling point และตำแหน่งทางการตลาดที่แตกต่างจากผู้อื่นและตนเองในอดีต

มองหาจุดยืน หรือจุดเด่นของแบรนด์ด้วยความแตกต่างที่เราจะโดดเด่นออกมามากกว่าคู่แข่ง และตนเองในอดีต เช่นในเรื่องของ Concept  ภาพลักษณ์ ราคา คุณภาพ วัตถุดิบที่ใช้ หรือ จุดขายของเรา ทั้งนี้เมื่อเราได้ Unique selling point มาแล้ว ก็เป็นข้อดีที่จะทำให้เราทำการสื่อสารได้ตรงจุด และต้องใจกับกลุ่มเป้าหมาย ให้เกิดการตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น จากจุดขายที่แตกต่าง

3 .มองหาการวิธีการสื่อสารที่ตอบโจทย์กับกลุ่มเป้าหมายต้องการ

หาเครื่องมือการสื่อสาร หรือช่องทางการสื่อสารที่จะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างถูกต้องและ เหมาะสมกับงบประมาณ โดยใช้ไอเดียสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างตรงใจโดยใช้ภาพ  เรื่องราว  หรือ Content ที่น่าสนใจและจดจำ Convince Message เพื่อให้เกิดความชอบในแบรนด์และการตัดสินใจซื้อสินค้าหรือบริการ ตามกลยุทธที่เราได้วางไว้

จึงปฏิเสธไม่ได้เลยว่า Creative Marketing เป็นอีกเครื่องมือทางการตลาด หรือวิธีการทางการตลาดนึง ที่นักการตลาดรุ่นใหม่ไม่ควรละเลย เพราะอย่างที่เราทราบกันดีอยู่แล้ว การสื่อสารแบบเดิมๆ หรือวิธีการทางการตลาดแบบเดิมๆ ยุคนี้อาจได้ผลลัพทธ์ที่แย่ไปกว่าเดิม เพราะผู้บริโภคต้องการอะไรใหม่ๆอยู่เสมอ ในยุคที่การสื่อสารว่องไวไปหมด อาจจะนำแบรนด์ของคุณให้เหมือนและกลมกลืนกับแบรนด์อื่นๆจนจมหาย ดังนั้นวิธีการที่จะสร้างความแตกต่างได้ ก็ต้องสื่อสารอย่างสร้างสรรค์  หรือสร้างแคมเปญให้ outside the marketing box เดิมๆ จนโดดเด่นแบบตะโกนออกมาให้กลุ่มเป้าหมายเห็น, จดจำ และกลายเป็น Favorite Brand ของผู้บริโภคในที่สุด

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *